ข้อคิดจากเซียนหมากรุก
12 JUL 2018

ผู้เขียน: สรกฤตย์ พันธุมนตรี

เซียนหมากรุกผู้หนึ่ง ซึ่งทางสมาพันธ์หมากรุกโลกได้จัดให้เป็นนักหมากรุกสากลอันดับ 1 ของประเทศไทย ได้เล่าให้ผู้เขียนฟังว่า ในการเดินหมากแต่ละครั้งนั้น เขาจะต้องวิเคราะห์ก่อนว่า มีกี่แนวทางที่ตนเองสามารถเดินได้ และในแต่ละทางนั้น คู่แข่งจะตอบโต้หรือเดินหมากอย่างไรได้บ้าง หลังจากนั้น จึงเปรียบเทียบในแต่ละแนวทางว่าแนวทางไหนดีที่สุด หลังจากนั้น จึงจะตัดสินใจเดินหมาก ซึ่งลำดับการคิดเช่นนี้ จะถือปฏิบัติเป็นปกติวิสัย

แนวคิดในการเอาชนะคู่แข่งข้างต้น หากนำมาเปรียบเทียบกับยุทธศาสตร์การเอาชนะสงครามของซุนวู ซึ่งมีประโยคอมตะที่เราคุ้นหูกันดีที่ว่า “รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง” การวิเคราะห์ว่าตนเองสามารถเดินหมากได้กี่แนวทาง ก็เพื่อที่จะ “รู้เรา” และการวิเคราะห์แนวทางทั้งหมดที่คู่แข่งสามารถเดินได้ ก็เพื่อที่จะ “รู้เขา” ส่วนการตัดสินใจเลือกแนวทางการเดินหมาก ก็คือ กระบวนการกำหนดกลยุทธ์ หรือ Formulation of Strategy นั่นเอง

ทั้งนี้ หากนำมาเทียบเคียงกับทฤษฎีการพัฒนากลยุทธ์ ที่สอนกันในสถาบันการศึกษา จะพบว่า

  • การที่จะรู้เราได้ ต้องมาจากการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายใน หรือการวิเคราะห์ตนเอง/องค์กร ที่เรียกทับศัพท์ว่า Internal Analysis ซึ่งผลจากการวิเคราะห์นี้ จะได้ผลลัพธ์ออกมาเป็น จุดแข็ง (Strength) และจุดอ่อน (Weakness) ของตนเอง/องค์กร
  • การที่จะรู้เขาได้ ต้องมาจากการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอก หรือการวิเคราะห์นอกตนเอง/องค์กร ที่เรียกทับศัพท์ว่า External Analysis ซึ่งผลจากการวิเคราะห์นี้ จะได้ผลลัพธ์ออกมาเป็น โอกาส (Opportunity) และอุปสรรค (Threat)

หมายเหตุ: การวิเคราะห์หาจุดอ่อน จุดแข็ง โอกาส และอุปสรรค คือกระบวนการ SWOT Analysis ซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องมือในการวิเคราะห์ทางธุรกิจ

และหากนำมาผนวกกับวงจร Deming Circle หรือ PDSA ที่หลายท่านอาจคุ้นเคยกันดี สามารถเขียนเป็น Flow Chart การพัฒนากลยุทธ์ได้ ดังนี้  

Flow Chart ข้างต้น สามารถนำมาใช้ประโยชน์เพื่อพัฒนากลยุทธ์ต่างๆ ในทางธุรกิจได้ รวมถึงธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เช่น กรณีการพัฒนากลยุทธ์ด้านการตลาดของแต่ละโครงการ หากเป็นการทำ Internal Analysis ก็จะต้องสำรวจโครงการตนเอง เพื่อหาจุดอ่อนและจุดแข็ง เป็นต้นว่า ทำเลที่ตั้ง ราคาขาย รูปแบบ งบประมาณของโครงการ ฯลฯ ส่วนการทำ External Analysis ก็จะต้องสำรวจปัจจัยแวดล้อมภายนอก ทั้งในระดับ Micro เป็นต้นว่า ลูกค้า คู่แข่ง สินค้าทดแทน ฯลฯ และในระดับ Macro เป็นต้นว่า เศรษฐกิจ สังคม การเมือง ฯลฯ เพื่อหาโอกาสและอุปสรรค หลังจากนั้น จึงทำการ Formulation of Strategy ตามลำดับขั้นตอนดังที่กล่าวข้างต้นต่อไป

โดยสรุปแล้ว การพัฒนากลยุทธ์ใดๆ ก็ตาม ควรดำเนินการอย่างเป็นขั้นตอน ตามที่ได้แสดงขั้นตอนไว้ใน Flow Chart ข้างต้น เพื่อหลีกเลี่ยงการตกหล่นปัจจัยที่เกี่ยวข้อง และอิงอยู่บนพื้นฐานของเหตุและผล

อย่างไรก็ดี มีข้อสังเกตว่า การพัฒนากลยุทธ์ใดๆ ก็ตาม หากใช้ระยะเวลาน้อยเพียงใด ย่อมได้เปรียบคู่แข่งมากเพียงนั้น เช่นเดียวกับการแข่งขันหมากรุก ซึ่งโดยปกติ จะมีเงื่อนไขของเวลาที่ใช้ในการเดินหมากกำหนดไว้ด้วย ดังนั้น การพัฒนากลยุทธ์ จึงควรตระหนักถึงความสำคัญในข้อนี้ไว้เช่นกัน


ติดตามหนังสือ "บันทึกแมคเคลเลอร์: เผยกลยุทธ์การลงทุนและบริหารการก่อสร้าง โครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์" ได้แล้ววันนี้ ที่ร้านซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ นายอินทร์ บีทูเอส ศูนย์หนังสือจุฬาฯ และร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ

ดูรายละเอียดได้ที่ >>> http://mckeller.co.th/th/knowledge-and-experience-/mckeller-book-1-1