ผู้บริหารการก่อสร้าง ควบคุมงานก่อสร้างอย่างไร
06 NOV 2018

ผู้เขียน: สรกฤตย์ พันธุมนตรี

การควบคุมงานก่อสร้าง ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมโดยทีมงานของเจ้าของโครงการเองหรือโดยผู้บริหารการก่อสร้างที่เจ้าของโครงการจ้างมาก็ตาม หากปราศจากการวางระบบที่ดีแล้ว เจ้าของโครงการอาจสูญเสียผลประโยชน์ที่ควรได้ไปเป็นจำนวนมาก เหตุที่เป็นเช่นนี้ เพราะบุคลากรของผู้รับจ้างก่อสร้าง มีจำนวนมากกว่าบุคลากรซึ่งเป็นตัวแทนของเจ้าของโครงการหลายเท่าตัว ทำให้การตรวจสอบการทำงานของบุคลากรผู้รับจ้างก่อสร้างทุกคนในช่วงเวลาเดียวกันเป็นไปได้ยาก  ดังนั้น การวางระบบการควบคุมงานที่มีประสิทธิภาพจึงมีความจำเป็น ซึ่งจะเอื้ออำนวยให้งานก่อสร้างเป็นไปอย่างมีคุณภาพ 

โดยทั่วไป กระบวนการก่อสร้างโครงการ จะต้องประกอบไปด้วยการบริหารจัดการ (Management) 3 สิ่ง คือ ปัจจัยนำเข้า (Input) ขั้นตอนการก่อสร้าง (Process) และผลลัพธ์หรือสิ่งก่อสร้างที่แล้วเสร็จ (Output) ให้บรรลุเป้าหมายที่ต้องการ (Mission Achieved) ได้แก่ เวลา (Time), ต้นทุน (Cost), ขอบเขต (Scope) และคุณภาพ (Quality) ดังแผนภาพที่ปรากฏด้านล่าง

กระบวนการบริหารและควบคุมงานก่อสร้าง
 

หากปรากฏว่า สิ่งก่อสร้างที่เกิดขึ้นไม่เป็นไปตามเป้าหมาย เช่น ก่อสร้างล่าช้าไปจากแผนงาน หรือค่าก่อสร้างเกินงบประมาณที่กำหนดไว้ หรือคุณภาพไม่ได้มาตรฐาน ก็แสดงว่า จะต้องเกิดปัญหาในองค์ประกอบใดองค์ประกอบหนึ่งในแผนภาพข้างต้น

ดังนั้น ในการบริหารและควบคุมงานก่อสร้างของผู้บริหารการก่อสร้างนั้น จึงเป็นการควบคุมกระบวนการข้างต้น ให้ดำเนินไปอย่างสอดคล้องกัน มุ่งสู่เป้าหมายที่กำหนดไว้

ในการควบคุมกระบวนการดังกล่าว ผู้บริหารการก่อสร้างจะต้องทำอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร โดยผ่านการเสนอและการอนุมัติตามลำดับขั้นของแต่ละฝ่าย ทั้งนี้ เพื่อป้องกันการเข้าใจผิด รวมทั้งเพื่อให้ทุกฝ่ายสามารถอ้างอิงหรือพิสูจน์สาเหตุของปัญหาต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นในภายหลัง จึงเป็นเหตุให้ต้องจัดทำระบบเอกสารขึ้นมารองรับ

ตัวอย่างเอกสารประเภทแบบฟอร์ม ที่ผู้บริหารการก่อสร้างนิยมใช้กัน แบบฟอร์มแต่ละชนิด มีวัตถุประสงค์เพื่อควบคุม Input – Process- Output – Management ในสถานการณ์ที่แตกต่างกัน 

ตัวอย่างแบบฟอร์มหลักที่ใช้ควบคุมงานก่อสร้าง

 

เช่น แบบฟอร์ม Request for Comment and Approval หรือเรียกกันโดยย่อว่า RFA ดังที่ปรากฎในภาพตัวอย่าง เป็นเอกสารที่สร้างขึ้นมาเพื่อควบคุม Input 3 ประเภทหลัก ได้แก่

  • Man คือ บุคลากรและแรงงานของผู้รับจ้างก่อสร้าง ควบคุมให้มีความสามารถและมีจำนวนเพียงพอในการดำเนินโครงการ
  • Material คือ วัสดุ/อุปกรณ์ที่ใช้ ควบคุมให้มีคุณภาพและเป็นไปตามที่ผู้ออกแบบกำหนดไว้
  • Method คือ วิธีการที่ใช้ในการก่อสร้าง ควบคุมให้ถูกต้องตามหลักวิชาการและข้อกำหนดที่ผู้ออกแบบระบุไว้ เช่น มาตรการด้านความปลอดภัย แบบรายละเอียด (Shop Drawing) ต่างๆ 

Request for Comment and Approval Form

 

ในขั้นตอนการทำงาน ผู้รับจ้างก่อสร้างต้องกรอกข้อมูลในแบบฟอร์ม RFA ดังกล่าว พร้อมทั้งแนบเอกสารที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำส่งให้ผู้บริหารการก่อสร้างตรวจสอบและอนุมัติก่อนนำไปดำเนินการ เช่น ก่อนที่ผู้รับจ้างก่อสร้างจะสั่งซื้อ Material มาใช้ในงานก่อสร้าง จะต้องนำส่งเอกสารแสดงคุณสมบัติของ Material ชนิดนั้น พร้อมตัวอย่างในบางกรณี มาให้ผู้บริหารการก่อสร้างตรวจสอบ โดยใช้แบบฟอร์ม RFA ประกอบการนำส่ง หากผู้บริหารการก่อสร้างตรวจสอบแล้ว เห็นว่าเป็นไปตามข้อกำหนดของผู้ออกแบบและมีคุณภาพ ก็จะทำการอนุมัติให้ผู้รับจ้างก่อสร้างนำไปดำเนินการสั่งซื้อต่อไป

อย่างไรก็ดี Material ที่ได้รับอนุมัติจากผู้บริหารการก่อสร้างข้างต้น หลังจากที่ผู้รับจ้างก่อสร้างสั่งซื้อและนำเข้ามาในหน่วยงานก่อสร้างแล้ว ก่อนจะนำไปใช้งานจะต้องขอให้ผู้บริหารการก่อสร้างทำการตรวจสอบก่อนว่า Material ที่นำเข้ามานั้น เป็นไปตามเงื่อนไขที่ได้รับอนุมัติจาก RFA หรือไม่ โดยผู้รับจ้างก่อสร้าง จะต้องขออนุมัติการตรวจสอบโดยใช้แบบฟอร์ม Equipment and Material on Site Inspection

หากในเวลาต่อมา พบว่า Material ที่นำเข้ามานั้น เกิดการเสื่อมสภาพ เช่น เหล็กเกิดสนิมขุม จนผู้บริหารการก่อสร้างเห็นว่า มีคุณสมบัติไม่เพียงพอในการนำมาใช้งานแล้ว ผู้บริหารการก่อสร้างก็จะต้องออกเอกสาร NCR โดยใช้แบบฟอร์ม Nonconformance Report เพื่อห้ามใช้ Material นั้น หรือให้ผู้รับจ้างก่อสร้างทำการแก้ไขก่อนนำมาใช้งาน นอกจากนี้ ผู้รับจ้างก่อสร้างยังต้องเสนอมาตรการป้องกันการเกิดซ้ำ ตามที่ระบุไว้ในแบบฟอร์ม NCR อีกด้วย

กรณีการใช้งาน Machine ก็เช่นกัน ผู้รับจ้างก่อสร้างจะต้องส่งมอบเอกสาร รับรองความปลอดภัยในการใช้งานเครื่องจักรตามที่ผู้บริหารการก่อสร้างกำหนด เช่น การใช้ Tower Crane ต้องมีใบ คป.1 โดยอาจแนบมากับแบบฟอร์ม Equipment and Material on Site Inspection 

ข้อความรับรองเครื่องจักรที่ระบุในใบ คป.1

 

หากจะถามว่า ผู้รับจ้างก่อสร้างจะทราบได้อย่างไรว่าจะต้องขออนุมัติต่อผู้บริหารการก่อสร้างในเรื่องใดและเวลาใดบ้าง คำตอบคือ โดยปกติในการควบคุมงานก่อสร้าง ผู้บริหารการก่อสร้างจะต้องกำหนดเอกสาร Inspection and Test Plan หรือเรียกกันย่อๆว่า ITP ซึ่งระบุรายละเอียดดังกล่าวไว้ สำหรับให้ผู้รับจ้างก่อสร้างปฏิบัติตามนั่นเอง

จากที่ยกตัวอย่างต้น จะเห็นว่า ผู้บริหารการก่อสร้างจะดำเนินการอย่างเป็น ระบบ เพื่อควบคุมการทำงานของผู้รับจ้างก่อสร้าง และระบบที่สร้างขึ้นนั้น จะต้องเป็นระบบที่มีกระบวนการเชิงป้องกันปัญหา (Preventive Action) เป็นหลัก

บทความที่นำเสนอนี้ คัดลอกมาจากหนังสือ " บันทึกแมคเคลเลอร์ : เผยกลยุทธ์การลงทุนและบริหารการก่อสร้าง โครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ " ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถติดตามเป็นเจ้าของได้ที่แผงหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ