ค่าที่ดินสุทธิต่อไร่ กับการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์
26 MAY 2018

ผู้เขียน: สรกฤตย์ พันธุมนตรี

ในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์นั้น ผู้ประกอบการหลายท่าน ต่างก็มีกลยุทธ์ในการผลักดันองค์กรให้เจริญก้าวหน้าแตกต่างกัน

หนึ่งในกลยุทธ์ที่หลายท่านอาจยังไม่ทราบมาก่อน คือ การใช้ค่าที่ดินสุทธิต่อไร่ เป็น KPI (Key Performance Indicator) วัดความสามารถของบุคลากรในการพัฒนาโครงการ

        

ค่าที่ดินสุทธิต่อไร่  =   (รายได้ของโครงการทั้งหมด – ค่าใช้จ่ายทั้งหมด ยกเว้นต้นทุนค่าที่ดิน) / จำนวนไร่

                            

หรือกล่าวอีกนัยหนึ่ง คือ กำไรของโครงการต่อไร่ ที่ยังไม่คิดค่าที่ดินนั่นเอง

เหตุที่ไม่คิดค่าที่ดิน เพราะว่า แต่ละโครงการที่ผู้ประกอบการทำการพัฒนาขึ้นนั้น มักมีหลายโครงการ ซึ่งแต่ละโครงการ ย่อมมีต้นทุนค่าที่ดินที่แตกต่างกันไป ดังนั้น หากโครงการหนึ่ง ซื้อที่ดินได้ถูก กำไรของโครงการก็อาจมีสัดส่วนที่สูงกว่าปกติ ในขณะที่อีกโครงการหนึ่ง อยู่ในพื้นที่เจริญแล้ว ต้นทุนค่าที่ดินสูง กำไรก็อาจจะมีสัดส่วนที่น้อยกว่าปกติ

การประยุกต์ใช้ดัชนีตัวนี้ มักจะใช้ในการกำหนดผลตอบแทนของบุคลากรที่บริหารโครงการ เช่น กำหนดว่า หากปีนี้ โครงการที่ทำการพัฒนา สามารถสร้างค่าที่ดินสุทธิต่อไร่ ได้เท่ากับ 1.5 ล้านบาทต่อไร่ ถือว่าได้เกรด A แต่หากเป็นปีถัดไป การจะได้เกรด A จะต้องสร้างค่าที่ดินสุทธิต่อไร่เท่ากับ 2 ล้านบาทต่อไร่ เป็นต้น และปีถัดๆ ไป ก็จะเพิ่มขึ้นไปตามเหตุและผล

อย่างไรก็ดี หลายท่านอาจคิดว่า การพัฒนาโครงการในแต่ละทำเล ย่อมมีความยากง่ายแตกต่างกัน ดังนั้น ค่าที่ดินสุทธิต่อไร่อาจยังไม่ใช่ KPI ที่สะท้อนศักยภาพบุคลากรเพียงพอ

ก็เพราะเหตุผลนี้เอง จึงทำให้ผู้ประกอบการหลายท่าน เลือกใช้ค่าที่ดินสุทธิต่อไร่เป็นตัวหลัก และใช้ KPI ตัวอื่นประกอบ เพื่อให้สะท้อนศักยภาพพนักงาน เช่น กำไรเฉลี่ยต่อหลัง ฯลฯ


ติดตามหนังสือ "บันทึกแมคเคลเลอร์: เผยกลยุทธ์การลงทุนและบริหารการก่อสร้าง โครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์" ได้แล้ววันนี้ ที่ร้านซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ นายอินทร์ บีทูเอส ศูนย์หนังสือจุฬาฯ และร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ

ดูรายละเอียดได้ที่ >>> http://mckeller.co.th/th/knowledge-and-experience-/mckeller-book-1-1