เรียนรู้วิถีการบริหารแบบแมคเคลเลอร์ ตอนที่ 2: อุปนิสัยแสวงหาความรู้และประสบการณ์
22 FEB 2018

ผู้เขียน: สรกฤตย์ พันธุมนตรี

ดังที่แมคเคลเลอร์ได้กล่าวถึงหนึ่งใน 4 อุปนิสัยนำความสำเร็จ และถือเป็นอุปนิสัยลำดับแรกที่ควรพัฒนาให้เกิดขึ้น คือ อุปนิสัยเชิงรุก

อย่างไรก็ตาม อุปนิสัยเชิงรุกนี้ จะมีประสิทธิภาพสูง ก็ต่อเมื่อเรามองเห็นภาพในอนาคตชัดหรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือใกล้เคียงความจริง ซึ่งภาพในอนาคตจะชัดหรือไม่ ขึ้นอยู่กับความรู้และประสบการณ์ของผู้นั้น  

   โมเดลการบริหาร

คำว่า “ความรู้และ ประสบการณ์แตกต่างกันอย่างไร แมคเคลเลอร์ขอให้นิยามตามแนวทางของแมคเคลเลอร์อย่างง่ายๆ ดังนี้

- ความรู้ คือ สิ่งที่เรียนรู้มาจากผู้อื่น ผ่านวิธีการต่างๆ เช่น จากการสอน จากการอ่านหนังสือ ฯลฯ โดยผลลัพธ์สูงสุด จะทำให้เกิดความรู้จริงในสิ่งนั้น

- ประสบการณ์ คือ สิ่งที่เรียนรู้โดยตนเองต้องเข้าไปทำ โดยอาศัยความรู้ที่มีอยู่ หากแต่ผลลัพธ์สูงสุดที่ได้ คือ การรู้แจ้งในสิ่งนั้น

ยกตัวอย่างเช่น สมัยที่เราเป็นเด็กนักเรียน เรารู้ว่าการถูกตีโดยใช้ไม้เรียวเป็นอย่างไร บางคนอาจอยู่ในระดับแค่รู้จัก บางคนอาจอยู่ในระดับรู้จริง คือ รู้จริงว่าการตีต้องทำอย่างไร ใช้อุปกรณ์อะไร รู้ว่าจะเกิดความเจ็บปวด แต่หากเมื่อไรเราถูกตี เราจะรู้แจ้งทันทีว่า ความรู้สึกของความเจ็บปวดจริงๆ นั้น เป็นอย่างไร

ความรู้และประสบการณ์ที่มากขึ้นเรื่อยๆ ก็จะทำให้เรามองเห็นภาพในอนาคตได้ชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน และเมื่อเรามองเห็นได้ชัดเจน การดำเนินงานไปสู่เป้าหมาย จะเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ได้แก่

  • Time จะลดการเสียเวลาจากการลองผิดลองถูก
  • Cost จะลดค่าใช้จ่ายในการแก้ไขงาน
  • Quality เราจะเลือกปัจจัยการผลิตที่มีคุณภาพตั้งแต่แรก
  • Scope ขอบเขตของงานจะไม่ตกหล่นตั้งแต่ที่ยังอยู่บนกระดาษ

ความรู้และประสบการณ์จะมีขึ้นได้ ก็ย่อมมาจากการพัฒนาอุปนิสัยที่สอง คือ การแสวงหาความรู้และประสบการณ์ (Seeking Knowledge and Experience) ให้เกิดขึ้นนั่นเอง 

อย่างไรก็ดี หากเราสามารถมองภาพในอนาคตได้ชัดเจนแล้ว แต่ความคิดเพื่อการจัดการสิ่งที่มองเห็นนั้น เป็นไปอย่างบิดเบือน ไม่อิงอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง ในที่สุดแล้ว เป้าหมายที่ตั้งใจไว้ ก็ไม่อาจสำเร็จได้ในที่สุด ดังนั้น จึงต้องมีอุปนิสัยที่ 3 คอยเกื้อหนุน ได้แก่ อุปนิสัยคิดอย่างมีตรรกะ ดังที่จะได้กล่าวถึงต่อไป