เรียนรู้วิถีการบริหารแบบแมคเคลเลอร์ ตอนที่ 3: อุปนิสัยคิดอย่างมีตรรกะ
20 FEB 2018

ผู้เขียน: สรกฤตย์ พันธุมนตรี

หลังจากที่ เราเห็นภาพในอนาคตได้ชัดเจน ตามกำลังความรู้และประสบการณ์ของเราแล้ว รู้แล้วว่าจะเกิดเหตุการณ์ใดกระทบกับตนเองบ้าง บวกกับอุปนิสับเชิงรุกที่มีอยู่ ทำให้เราอยู่นิ่งเฉยไม่ได้ ต้องการลงมือจัดการสิ่งต่างๆ ล่วงหน้า จึงลงมือบริหารตามวงจร PDSA เริ่มต้นจากการวางแผน (Plan) – การดำเนินการ (Do) – การศึกษา (Study) – การจัดการ (Act) ตามลำดับ

แต่หากว่า เราปราศการการคิดอย่างมีตรรกะ (Logical Thinking) โดยคิดเข้าข้างตนเอง เพราะความลำเอียงภายในใจ ไม่คำนึงถึงเหตุและผล ที่สุดแล้ว กระบวนบริหารตามวงจร PDSA ก็อาจล้มเหลว

   โมเดลการบริหาร

ในความเป็นจริงแล้ว ทุกสิ่งย่อมมีข้อดีและข้อเสีย หากเราชอบสิ่งๆ ใด เราก็มักจะเกิดความลำเอียงขึ้นในใจว่า สิ่งๆ นั้นมีแต่ข้อดี แม้มีข้อเสียที่เห็นอยู่ ก็จะมองว่ามีผลกระทบเพียงเล็กน้อย แต่หากเราไม่ชอบสิ่งๆ ใด เราก็จะลำเอียงเช่นกันว่า สิ่งๆ นั้นมีแต่ข้อเสีย และมองว่าข้อดีที่มีอยู่ แทบไม่มีประโยชน์อะไร

การมองในลักษณะข้างต้น ถือว่า เป็นการคิดอย่างไม่มีตรรกะ และเป็นความประมาทในการบริหารงาน ซึ่งผู้ที่ประสบความสำเร็จมักจะไม่มีลักษณะเช่นนี้

แต่หากเรามองอย่างใจเป็นกลาง ให้เห็นสิ่งต่างๆ ตามความเป็นจริง ให้เห็นถึงข้อดีและข้อเสียที่มีอยู่ แล้วนำทั้งข้อดีและข้อเสียมาวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ หาข้อสรุปอย่างมีเหตุและผล ก็ย่อมจะทำให้การบริหารงานของเรา เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ด้วยเหตุที่การคิดอย่างมีตรรกะ เป็นการคิดที่หาทั้งเหตุและผล จึงทำให้การมองสิ่งต่างๆ เชื่อมโยงอย่างเป็นระบบ

อย่างไรก็ดี การมองภาพอย่างเป็นระบบ ควรมองจากภาพใหญ่สู่ภาพเล็ก หรือบางท่านเรียกว่า Total to Details เช่น หากวิเคราะห์ป่า ก็จะต้องมองให้เห็นทั้งป่าก่อน แล้วค่อยซูมลงไปในรายละเอียด แต่หากเรามองในทางตรงข้าม จะทำให้เราหลุดภาพใหญ่ และไปเสียเวลาในรายละเอียดจนมากเกินไป

ในที่สุดแล้ว หากเราสามารถฝึกฝนตนเองจนมีทั้ง 3 อุปนิสัย ดังที่กล่าวมาแล้ว คือ เห็นภาพอย่างชัดเจนตามกำลังของความรู้และประสบการณ์ที่แสวงหามา ไม่นิ่งเฉย แต่จะจัดการล่วงหน้าทันทีที่มองเห็นภาพ และการจัดการก็เป็นไปอย่างมีเหตุและผล แต่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น ก็ยังไม่เป็นไปตามที่กำหนดไว้ อาจเป็นด้วยเหตุสุดวิสัย หรือความไม่สมบูรณ์ของอุปนิสัยที่มีทั้ง 3 ประการก็ตาม อะไรที่จะเป็นแรงผลักดันให้เรายังคงเริ่มกระบวนการ PDSA รอบใหม่ ไปจนกว่าจะประสบผลสำเร็จ (หรืออาจสิ้นสุดกระบวนการจากผลของการ Study) จึงเป็นที่มาของอุปนิสัยสุดท้าย ที่แมคเคลเลอร์ต้องการนำเสนอ คือ มีความมุ่งมั่น ซึ่งจะได้กล่าวถึงต่อไป