มุมมองแบบ Total to Details
05 MAY 2018

ผู้เขียน: สรกฤตย์ พันธุมนตรี

เจ้าของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่รายหนึ่ง เคยคุยให้กับผู้เขียนฟังว่า ท่านเคยอ่านหนังสือภาษาอังกฤษเล่มหนึ่ง ซึ่งให้ข้อคิดในการบริหารที่ดีมากสำหรับท่าน ซึ่งท่านยึดเป็นหลักในการบริหารมาจนถึงปัจจุบัน

โดยเนื้อหาพูดถึงว่า นักบริหารที่ดีจะต้องมองสิ่งต่างๆ แบบ Total to Details กล่าวคือ จะต้องมอง Focus ที่มุมกว้างก่อน แล้วค่อยขยายลงไปในรายละเอียด หรือที่มักเรียกกันว่า Look at the Big Picture

เหตุที่เป็นเช่นนี้ เพราะการมองมุมกว้างก่อน จะทำให้มองเห็นถึงองค์ประกอบทั้งหมด และมองเห็นถึงการเชื่อมโยงต่อกันว่าเป็นเหตุเป็นผลกันอย่างไร แต่หากมองในทางกลับกัน อาจทำให้เสียเวลาโดยใช่เหตุ ในการลงรายละเอียดองค์ประกอบที่มีความสำคัญน้อย หรือทำกิจกรรมที่ไม่ได้สนับสนุนต่อเป้าหมาย

มุมมองข้างต้น สามารถใช้ประโยชน์ได้ทั้ง ในการวิเคราะห์เพื่อตัดสินใจทำกิจกรรมใดๆ และประกอบการศึกษาเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เช่น

        - การตัดสินใจปรับเปลี่ยนกิจกรรมใดๆ ในแผนงาน การมองมุมกว้างก่อน จะทำให้ทราบว่า กิจกรรมที่ถูกปรับนั้น จะกระทบกับกิจกรรมอื่นๆ และเป้าหมายอย่างไร ควรจัดการอย่างไร ดังนั้น จึงทำให้แผนงานถูกปรับ สอดคล้องกับเป้าหมายอย่างเป็นระบบ                                                           

        - การก่อสร้างคอนโดมิเนียม ต้องมองเห็นภาพกว้างว่า เป็นการก่อสร้างในแนวดิ่ง ชั้นบนจะสร้างได้ ก็ต่อเมื่อสร้างชั้นล่างแล้ว เช่น ชั้น 2 จะสร้างได้ ต่อเมื่อชั้น 1 ได้สร้างแล้ว ดังนั้น หากงานโครงสร้างล่าช้า งานอื่นๆ ก็มีความเสี่ยงสูงที่จะช้าตามไปด้วย เพราะเหตุว่าต้องทำงานตามงานโครงสร้าง    การมองมุมกว้างก่อนเช่นนี้ จะทำให้ทราบว่า การเฝ้าระวังมิให้งานโครงสร้างเกิดความล่าช้าขึ้นได้ มีความสำคัญมาก ในการบริหารโครงการก่อสร้างคอนโดมิเนียม

        - การเรียนรู้ระบบกฎหมายที่ใช้ในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ หากมองในภาพกว้าง ก็จะทราบว่า สามารถจัดออกได้เป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มกฎหมายทั่วไป กลุ่มกฎหมายเฉพาะประเภท และกลุ่มกฎหมายเฉพาะเรื่อง 

  • กลุ่มแรกนั้น ไม่ว่าจะสร้างสิ่งก่อสร้างใดๆ ก็จะต้องพิจารณาข้อกฎหมายในกลุ่มนี้เป็นลำดับแรก เช่น กฎหมายผังเมือง ฯลฯ
  • ส่วนกลุ่มที่สอง จะต้องพิจารณาก็ต่อเมื่อเข้าประเภทที่กำหนดไว้ในกลุ่มนี้ เช่น กฎหมายอาคารชุด ฯลฯ
  • ส่วนกลุ่มสุดท้าย เป็นกฎหมายที่กำหนดเงื่อนไขไว้แก้ปัญหาเฉพาะเรื่อง เช่น แก้ปัญหาการถมดิน การขุดน้ำบาดาล ฯลฯ

        การเรียนรู้โดยมองภาพกว้างเช่นนี้ จะทำให้เกิดความเข้าใจโดยเร็ว และยังทำให้ในการพัฒนาโครงการ ไม่ตกหล่นการพิจารณาข้อกฎหมายข้อใดข้อหนึ่ง

โดยสรุป เนื่องจากการมองแบบ Total to Details เป็นการมองแบบเชื่อมโยงหาเหตุหาผลขององค์ประกอบต่างๆ จึงเป็นมุมมองที่เกิดจากอุปนิสัย “คิดอย่างมีตรรกะ” หรือ Logical Thinking ดังที่กล่าวไว้ในหนังสือบันทึกแมคเคลเลอร์: เผยกลยุทธ์การลงทุนและบริหารการก่อสร้าง โครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์นั่นเอง